ตอบ


webboard_avatar

อยากกู้เงินซื้อบ้านแต่ เช็คแบล็คลิส ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?

2020-06-16 11:27 AM

main_topic_avatar

teera.18

กระทู้: 80

อยากกู้เงินซื้อบ้านแต่ เช็คแบล็คลิส ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?


หลาย คนเมื่อต้องการจะซื้อบ้านหรือทำเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยที่หลาย คนอาจจะไม่ได้ซื้อบ้านเป็นอย่างแรก แต่อาจจะมีก่อนผ่อนอย่างอื่นอยู่ก่อนหน้าเช่น คอนโด หรือรถยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้อาจจะมีหลาย คนที่กำลังคิดว่าสินเชื่อที่ขอไปนั้นอาจจะไม่ผ่าน หรือเมื่อธนาคาร เช็คแบล็คลิส ไม่ผ่าน วันนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อเช็คแบล็คลิสแล้วไม่ผ่าน หรือหากเรามีรายชื่อติดแบล็คลิส จะเป็นอย่างไรต่อไป ไปดูกันเลย


เช็คแบล็คลิส ทำได้ยังไง

เนื่องจากเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชัน ทำให้การเช็คผลง่ายกว่าเดิม สามารถเช็คได้ง่าย ในแอปพลิเคชันของหลายธนาคาร เช่น แอปธนาคารกรุงศรี แอปธนาคารกรุงไทย แอปธนาคารธนชาต หรือสามารถขอตรวจสอบเครดิตบูโรด้วยตัวเองได้ที่ไปรษณีย์ไทย หรือเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือผ่านตู้ ATM และผ่านจุดให้บริการอื่น อีกหลายแห่ง


ติดแบล็คลิสคืออะไร

ติดแบล็คลิส คือการที่บุคคลนั้นมีประวัติการชำระเงินที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เลยวันเวลา เลยระยะเวลาที่กำหนด นานหลายงวด พูดง่าย คือ การที่ผิดนัดชำระหนี้ตามวันเวลาที่กำหนด ค้างจ่ายนาน จนถูกบันทึกข้อมูลการค้างชำระหนี้ไว้โดย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ซึ่งทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลประวัติ รวบรวม และประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงิน หรือเรียกกันว่าติดแบล็คลิสเครดิตบูโรนั้นเอง โดยเครดิตบูโรไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีหรือติดแบล็คลิสเอง แต่ได้รับข้อมูลมาจากสถาบันทางการเงินที่เป็นสมาชิกส่งให้


ติดแบล็คลิสแล้วส่งผลยังไง

เมื่อเราอยู่ใน รายชื่อผู้ติดแบล็คลิส จะส่งผลให้เมื่อมีการขอสินเชื่อใหม่ อาจจะไม่ได้รับอนุมัติ เนื่องจากสถาบันการเงินเข้าไปตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ จากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ภายใต้ขอบเขตกฎหมายที่กำหนด เพื่อประเมินว่าสมควรอนุมัติปล่อยสินเชื่อหรือปล่อยกู้นั้นหรือไม่ โดยถ้าหากสถาบันทางการเงิน เช็คแบล็คลิส แล้วพบว่าผิดนัดชำระหนี้อยู่บ่อยครั้ง หรือมีการพักชำระหนี้บ่อยครั้ง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้คิดว่ามีโอกาสสูงที่เมื่อปล่อยเงินกู้หรือสินเชื่อไปแล้วจะไม่ใช้คืน หรือเรียกสั้น ว่าไม่มีเครดิตนั้นเอง


ติดแบล็คลิสแล้วต้องทำอย่างไร

เมื่อติดแบล็คลิสแล้ว ถ้าอยากให้เครดิตกลับมาก็มีทางทำได้ นั่นคือ พยายามเคลียร์หนี้ที่มีอยู่ให้หมด โดยปกติทางเครดิตบูโรจะเก็บประวัติย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือนจากงวดล่าสุด โดยจะบันทึกตั้งแต่งวดแรกที่ผิดชำระ และจะแสดงผลว่าค้างชำระแบบนี้ไปเรื่อย โดยมีกำหนดจำนวนวันเพิ่มเข้ามาด้วย และจะเพิ่มจำนวนวันขึ้นเรื่อย หากยังไม่มีการชำระหนี้ โดยเมื่อมีการชำระหนี้เข้ามา ก็จะถูกนำไปหักลบกับหนี้ก้อนที่เก่าที่สุดก่อน เมื่อเราชำระหนี้ตรงเวลาก็จะถูกบันทึกเข้าเป็นประวัติใหม่แทนที่ประวัติเก่าที่มีอยู่ เมื่อชำระหนี้ตรงเวลาแบบนี้ไปเรื่อย จนครบ 3 ปี ประวัติก็จะกลับมาน่าเชื่อถือเช่นเดิม


















ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.plus.co.th/articles/PLUS-2362/ติดแบล็คลิสต์-Blacklist-ความเข้าใจผิดที่ควรทราบ