ตอบ


webboard_avatar

เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:50 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

ที่มา งานนักดนตรี

เพลงรำวง
สมัยนั้นจะได้รับเกียรติขึ้นมาอัดลงแผ่นเสียงกับเขา นับ ได้ว่าไม่มีเลย
แต่ที่ได้ยินกรอกหูทุกวัน เช้า
, กลางวัน, เย็น,
กลางคืนมักจะเป็น
เพลงของกรมโฆษณาการหรือที่เปลี่ยนมาเป็นกรมประชาสัมพันธ์ เดี๋ยวนี้ เสียง พี่เอื้อ
สุนทราภรณ์) สุนทรสนานต้องนำหมู่ ก็พี่เอื้อเป็นหัวหน้านี้ครับ จากนั้นก็ เป็น
มัณฑนา โมรากุล
, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, วินัย
จุลบุษปะ
, เลิศ ประสมทรัพย์ และอื่น ๆ อีกหลายท่าน


ผมสะเออะเข้าไปอัดแผ่นเสียงกะเขามั่ง ตั้ง
ราคาเอาไว้เพลงละ ๔๕๐ บาท เท่ากับพี่เอื้อนั่นที่ เดียว
เรียกได้ว่าเป็นเพลงเหมาทั้งดนตรีและนัก ร้องเสร็จ

การอัดแผ่นเสียงสมัย พ.ศ. ๒๕๕๐ เศษๆนั้น
ดูพิลึกครับ คือมีช่างอัดแผ่นเสียงมาจากอินเดีย มาอัด แล้วนำเทปเสียงของเราเอาไปทำแผนที่
ประเทศอินเดียแล้วจึงจะส่งกลับมาภายหลัง หมาย
ความว่าการทำแผ่นเสียงในเมืองไทยยังไม่มี ไม่ ว่าจะเป็นตราหมา ตรากระต่าย ตรา
ดี.ซี.เจ. ตราพลลิป ตราไก่ หรือตราอะไรก็แล้วแต่ เมือง
ไทยยังไม่มีการวิวัฒนาการถึงขนาดนั้น แต่ว่า สำหรับช่างอัดแผ่นเสียงต่อมาก็ได้วิวัฒนาการมา
เป็นคนไทย

และก็อีกต่อมาไม่ถึง ๓ เดือน ผมก็วิวัฒนาการค่า
แต่งเพลงและร้องเพลงรำวงเป็นเพลงละ ๑
,๐๐๐ บาทถ้วนๆ
ทุกบริษัทที่มาติดต่อก็ตกลงในราคานี้

เขาว่านขึ้นต้องรีบตักนี่ครับ ผมก็เอามั่ง

นักดนตรีที่อัดเพลงในแผ่นเสียงสมัยนั้น
มีค่าตัวคน ละ ๒๕ บาทต่อหนึ่งเพลง ผมใช้นักดนตรี 4 คนเป็นเงิน ๑๐๐ บาท
ค่าหางเครื่องอีก ๕ คน ๆ ละ ๑๐ บาทเป็น ๕๐ บาท หางเครื่องก็มีฉิ่ง ฉาบ โทน ฆ้อง
และลูกเขย่า (มารากัส) รวมแล้วเป็นเงิน ๑๕๐ บาทต่อหนึ่งเพลง เหลือ
เป็นของส่วนตัวก็ 4๕๐ บาท วันหนึ่งอัดแผ่นเสียงไม่ต่ำกว่า ๒๐ เพลง ท่านลองคิดดูซิว่า
ที่สุดของมันผมมีรายได้วันละ เท่าไร

ระดับเศรษฐีเชียวแหละครับ คนที่มีเงินพกติด
กระเป๋าวันหนึ่งไม่เกิน 8 บาท มามีเงินพกเป็นหมื่นอย่างนี้

มันเป็นยังไงและมันทำยังไง...ฮะฮะ, ก็ใช้เงินเป็นเศษ
กระดาษไปเท่านั้นเอง

ไม่เคยขั้นเมื่อมีคนขอ ไม่มีการขี้เหนียวสำหรับคนหิว
กระหาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือเหล้า ไม่รังเกียจแม้เพื่อนฝูง
จะให้เป็นเจ้ามือภายหลังละครเลิกไปเที่ยวบางปู และขนเอา นางบำเรอไปด้วยสัก 4-6 คน
ไม่เคยหยุดที่จะให้ความสุข กับเพื่อนหรือใคร ๆ ทั้งนั้น

พูดง่าย ๆ คือใช้เงินเป็นกระดาษ
เหล้าไม่ขาดโต๊ะ และเพื่อนไม่ขาดเก้าอี้ กะหรี่ไม่ห่างจากวงแขน

ทุกบริษัทต้องการเพลงจาก เบญจมินทร์ ไม่ต่ำกว่า
ครั้งละ ๒๐ เพลง ผมร้องและแต่งเพลงให้ทุกบริษัท บาง บริษัทจองไว้ประจำเดือนถึง ๕๐
เพลงก็มี ผมต้องถือโอกาส หนีไปเช่าบังกาโลที่บางแสนนอนเสีย ๖-๗ วัน เพลงก็เสร็จ
เพลงรำวงของผมไม่มีอะไรมาก สนุก สั้น ว่าง่าย ต่อว่า ต่อขานกระทบนิดสะกิดหน่อย
เพียง4-6 บรรทัดก็เป็นเพลง แล้ว ทำนองก็นึกถึงเพลงพื้นบ้านเก่า ๆ
เวลาร้องนึกสนุกมี ชีวิตชีวาหน่อย ๆ เท่านั้นก็สำเร็จเป็นเพลง

สำคัญที่สุดของผมคือการร้องที่ต้องมีชีวิต
สนุกเป็น เปล่งเสียงสนุกเต็มที่ ถ้าเศร้าก็ทิ้งเสียงออดอ้อนเล็กน้อย
ไม่ต้องถึงโศกเศร้าร้องไห้ฮือ ๆ เท่านี้คนฟังก็พอใจ เมื่อ
คนพึ่งพอใจแผ่นเสียงก็ขายได้

ระยะนั้นประมาณ ๓ ปี ผมขายเพลงไปได้ ในราว ๓๐๐
เพลง ท่านเอา ๑๕๐ คูณดูก็แล้วกันเป็น เงินเท่าไหร่
แต่ที่สุดของมัน...ผมคงมีบ้านหลังเท่ารูหนู อยู่ในเนื้อที่เช่าเดือนละ 40 บาท

นี่คือผลที่ไม่รู้คุณค่าของเงิน
นี่คือผลของการไม่รู้จัก เก็บหอมรอมริบ เรียกตรง ๆ ก็ต้องพูดว่า นี่คือการดถูก
เงินของผม ผลตอบแทนเมื่อความนิยม หล่น หายไปแล้ว
จึงยังคงเหลือแต่เพียงอดีตความชื่นชมเก่า ๆ ซึ่งกลายมาเป็น ขมขึ้นทุกวันนี้

ใครที่ทำอย่างผม ผลลัพธ์คือความเสียใจ
และใครที่ ไม่ทำอย่างผม ผลแห่งเขาคือความเจริญ ผมมารู้อย่างนี้
ก็ต่อเมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว































ความนิยมของคนทั้งประเทศและทั่วทุกมุมเมืองใน
กรุงเทพ ฯ เสียงปรบมือและคำสรรเสริญเยินยอ ครั้งแรกก เกิดภูมิใจลำพองใจ ต่อมาหลาย
ๆ ครั้งเข้ามันก่อให้เกิด ความลืมตัวไปได้ และเป็นเช่นนั้นแน่นอน

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:50 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

เมื่อหมดละคร หมดเวทีแสดง ผมรู้สึกตัวเหมือนคน
หมดอาลัยตายอยาก ผมเกิดมาจากเวทีละคร ชื่อเสียงพุ่งแรง
เหมือนพลูโต่งฟ้าจากเวทีละคร คนทั่วไปทุกชั้นวรรณะรู้จัก ผมเมื่อผมอยู่บนเวทีละคร
เมื่อมีไฟส่องหน้า เมื่อหมดเวที แล้ว ไม่มีไฟส่องหน้าก็ไม่มีใครรู้จักผม

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:49 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

การร้องเพลงของผมก็เป็นอันสิ้นสุดลงเพียง แค่นั้น เลยต้องหันไปมั่วสุมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขารวม กันจัดตั้งบริษัทภาพยนตร์โดยไม่มีการจดทะเบียน บริษัทนั้น คือสหมิตรภาพยนตร์มี สมชาย ตัณฑ์กำเหนิดจุมพล กาญจนินทุเชาว์ แคล่วคล่องวิชิต ไวงานปริญญา ดีละครสมพล กงสวรรณ และ อตินันท์ สิงห์หิรัญ ส่วน ผมเป็นคนรอบนอกไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:49 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ไม่มีใครร้องไห้ให้แก่ละครเวที
เพราะทุกคนเตรียม ตัวเตรียมใจไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งความตายจะมาถึงเหมือน
คนเจ็บที่กระเสาะกระแสะมานาน พอถึงคราวตายญาติพี่น้อง
ก็ไม่มีน้ำตาจะร้องไห้อาลัยเสียแล้ว




re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:49 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ศรีอยุธยาทำท่าจะเป็นโรงละครที่ดี
คนดูชักจะรู้และ ชอบ และผมเองขณะนั้นงานอัดแผ่นเสียงก็ยังตามมาให้ทำ ให้เงินอยู่
พอเลี้ยงตัวและเพื่อนฝูงบ้าง



แต่ไม่นานนัก ละครเริ่มจะทรุดลง เพราะเรื่องภาพ
ยนตร์นั่นแหละเป็นเรื่องใหญ่ บริษัทสร้างหนังเกิดขึ้นเป็น ดอกเห็ด
ตัวละครที่ควรจะแสดงหนังจะมีที่ไหนสมควรเท่า พวกที่ผ่านเวทีเล่า เพราะฉะนั้น
จากการให้เงินค่าแสดงที่ มากกว่าการแสดงละคร ตัวละครก็ค่อย ๆ หายไปทีละคน สองคน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวแสดงละครที่บางคนเป็นที่ชื่น ขอบของคนดูหายหน้าไปจากเวทีบ่อย
ๆ คนดูก็จำต้องหาย หน้าไปจากเก้าอี้ละครบ่อย ๆ เหมือนกัน -
เมื่อต่างคนต่างหายไปไม่นานนัก พ.ศ. ๒๕๔๗ ละคร ก็ถึงกาลอวสาน
ทั้งที่ได้พยายามกันเกือบ ๓ ปี เพื่อผอง ศิลปะแผนกนี้เอาไว้

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:48 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ทรานซิสเตอร์หรือวิทยุขนาดเล็กยังไม่มี
ก็พอกล้อม แกล้มหากินเลี้ยงอาตมาลูกเมียให้พอสบายอยู่



ระยะนั้นประดานักละครในหัวหน้ากลุ่ม แต่งเรื่อง
พระ เอก นางเอก ได้ร่วมชุมนุมกันเพื่อหาสถานที่แห่งใหม่สำหรับ
เสนอละครให้ท่านผู้ชมในแขนงนี้ได้ชม ก็ปรึกษาหารือกัน
ที่สุดตกลงกันไปเช่าโรงละครเก่าของพระยาอนิรุธเทวา นั่น คือโรงละครศรีอยุธยา
และที่สุดก็เช่าได้ ผมถูกเรียกตัวมา ร้องเพลงสลับตามเคย
หัวเรือใหญ่ของเราครั้งกระนั้นก็คือ สุวัฒน์ วรดิลก นั่นเอง

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:48 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ผมเป็นเพียงนักร้องสลับ
ฉากก็พบการเอวังลงด้วยประ การฉะนี้ เช่นเดียวกับตัวละครอื่นตั้งแต่พระเอกนางเอก
ถูก ลอยแพไปตาม ๆ กัน



แต่บุญก็ยังช่วย ขณะนั้นโรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี
ยังเป็นโรงเป็นหนังพากย์ไทยและสลับดนตรี ผมจึงพลอยยังชีพ อยู่ด้วยการร้องเพลงสลับหนัง
หรือบางครั้งเช่าหนังมาพากย์ งองร้องเพลงสลับเอง

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:48 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ผมได้ยินเท่านั้นก็ยิ้มให้แล้วลากลับ
โดยไม่บอกว่า ผมเป็นใคร ท่านผู้อ่านครับ รู้สึกเหมือนผมไหมที่ว่า ถูก ของเขา
เราศิลปินด้วยกันเขาทำมาหากินโดยสุจริตจะไปถือ เขาทำไม...

ระหว่างปี ๒๕๕๔ กิจการละครเริ่มจะซบเซา
"ทำไมจะไม่ซบเซาล่ะครับ กิจการภาพยนตร์เสนอหน้าเข้า มาแล้ว
เล่นหนังมีการถ่ายทำนอกสถานที่และที่แปลก ๆ ได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในตัว
เงินทองก็ได้ดีกว่าละคร เสียอีก ถ่ายทำก็สบาย ยังไม่ถึงเวลาก็นั่งก็นอนกันหรือกบดำ
กับแดง ไพ่ตองหรือเผยังได้ แทบจะทุกคนหันไปหาศิลป แบบใหม่คือภาพยนตร์
ซึ่งเคยเฟื่องฟูมาแล้ว และเมื่อกลับ มาใหม่ครั้งนี้
ภาพยนตร์คือของแปลกสำหรับสายตาของคนไทย





มันเริ่มมาจาก “สุภาพบุรุษเสือไทย ของปรเมนทร์
ภาพยนตร์ โดย แท้ ประกาศวุฒิสารและ ม.จ.ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
นั่นแหละครับเป็นต้นเหตุ - ละครซบเซาลงเพราะเหตุนี้ อันดับแรกโรงละครนิยมไทย
ล้มลงก่อน อันดับที่สองก็โรงละครเฉลิมนคร ทั้งสองโรงนี้ จะเปลี่ยนแปลงเป็นโรงหนัง
และในปี ๒๕๕๕ โรงละครที่ ยังเหลืออีกโรงคือเฉลิมไทยก็มีอันเป็นยุบโรงประกาศเปลี่ยน
เป็นโรงหนังตามไปด้วย

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:48 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

และคราว หลังผมถูกจ้าง ไปร้องเพลงวันปีใหม่ที่
จันทบุรี ยังไปเจอสิเกคณะเบญจมินทร์เข้าที่จังหวัดระยอง
ต้องรีบจอดรถแล้วเตร่เข้าไปถามโดยไม่แสดงตัว

เขาตอบว่า

“แสดงมานานแล้วครับ ก็พอเลี้ยงตัวได้สบาย คน
ร่วมคณะมีทองมีหยองติดตัวแทบทุกคน”

ถามเขาว่า
“แล้วเบญจมินทร์หัวหน้าคณะมาด้วยหรือเปล่า
?”

เขาตอบว่า











“หัวหน้าคณะไม่ได้ชื่อเบญจมินทร์หรอกครับ
ชื่อนาย ชุด แต่เขาบอกว่าชื่อนี้คนรู้จักมากเลยขออนุญาตเอามาใช้
การขออนุญาตก็เพียงแต่นึกเอาเท่านั้น ถึงเจ้าของเขาจะรู้
เองไม่ว่าอะไรเพราะเราเอามาทำดี ศิลปินด้วยกันคงไม่ถือ”

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:48 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

สมัยของผมก็ดูว่าผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่ต้องวิ่ง
รอกร้องเพลงหลาย ๆ โรง เช่นร้องที่เฉลิม นครแล้วต้อง รีบไปร้องเฉลิมไทย
จากเฉลิมไทยไปร้องโรงละครนิยมไทย อยู่ที่เวิ้งนาครเขษม เสร็จแล้วต้องรีบห้อไปร้องที่เฉลิมบุรี
จะผิดรอบผิดฉากผิดเวลาไปบ้างเจ้าของละครเจ้าของคณะ ไม่ถือ
ขอให้เจ้าประคุณเทวดาเบญจมินทร์ไปร้องให้ได้ก แล้วกัน เพราะประกาศหน้าโรงไว้แล้ว
"

เพื่อนฝูงมาจากปักษ์ใต้ เคยมาเล่าให้ฟังว่า
ที่จังหวัด ชุมพรเขามีงานประจำจังหวัด มีลิเกคณะหนึ่งแสดง คนดูแน่น แล้วแน่นอีก
ชื่อคณะอะไรรู้ไหม ผมส่ายหน้า เขาบอกว่า ชื่อคณะเบญจมินทร์





เออ...เป็นเสียอย่างนี้

re : เล่าสู่กันฟัง: อาชีพนักดนตรีในสมัยก่อน EP.1

2020-06-17 07:47 PM

main_topic_avatar

fourmodfodmour

กระทู้: 4

ผมแทบจะคุยได้ว่า กินข้าวตามร้านข้างถนนไม่ได้
ทั้ง ที่เมื่อยากจนนั้น เคยกินเป็นประจำ แต่เมื่อมีชื่อเสียงแล้ว
มักจะถูกค่อนแคะว่า “นี่
, เบญจมินทร์ ทำไมมากินข้าวแถว นี้ล่ะ ”

ว่าเข้านั่น, คือเขานึกว่าคนมีชื่อเสียงอย่างเราต้องกิน
อาหารร้านโก้ ๆ ไม่ใช่มานั่งกินที่ร้านข้าวต้มก็ยซอมซ่อ...
ไอ้ผมมันอร่อยจับฉ่ายร้านนี้ เคยกินยังไงก็อยากกินอย่าง นั้นนี่ครับ "





แม้แต่นั่งรถก็เถอะ รถเมล์ขึ้นไปนั่งคนก็มอง
ต้องลง นั่งรถสามล้อถีบค่อยยังชั่วหน่อย รถแท็กซี่หายาก ถ้าเป็น
สมัยนี้ก็นั่งรถแท็กซี่กระเป๋าขาดเท่านั้นเอง