ตอบ


webboard_avatar

ติดแบล็คลิสคืออะไร กับ 5 เหตุผลทำให้กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน

2020-07-06 10:24 PM

main_topic_avatar

teera.18

กระทู้: 97

ติดแบล็คลิสคืออะไร กับ 5 เหตุผลทำให้กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน


            เมื่อคิดจะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมสักยูนิต นอกจากจะต้องหาแหล่งเงินกู้ที่มีเงื่อนไขโดนใจและความพร้อมด้านรายได้รายเดือนสำหรับการผ่อนชำระเงินกู้แล้ว ยังต้อง เช็คแบล็คลิส เครดิตบูโร ของตนเองด้วยว่าเคยมี รายชื่อผู้ติดแบล็คลิส อยู่หรือไม่ เพราะการที่มี รายชื่อผู้ติดแบล็กลิส จะทำให้สถาบันการเงินปฏิเสธ การให้สินเชื่อทันที  


ติดแบล็คลิสคือ อะไร  

แบล็คลิส (Black List) เป็นการจัดชั้นลูกหนี้ที่เคยมีการค้างชำระหนี้นานเกินกว่า 90 วันหรือ 3 เดือน โดยสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อหรือให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลจะบันทึกข้อมูลการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกคนว่าชำระตามกำหนดเวลาหรือไม่ ค้างชำระนานแค่ไหนและเมื่อค้างชำระแล้วได้มาชำระเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยัง ซึ่งหากว่าลูกหนี้ยังคงค้างชำระเป็นเวลานานเกินกว่า 90 วันก็จะถูกจัดชั้นให้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL- Non-performing Loan) ซึ่งสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้จะต้องมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญเต็มจำนวนที่ค้างชำระทันที 


ส่วนข้อสงสัยว่า ติดแบล็คลิสคืออะไร นั้น ก็คือกรณีที่ลูกหนี้ค้างชำระหนี้กับสถาบันการเงินเป็นเวลานานกว่า 90 วันและถูกจัดไว้ในกลุ่มหนี้ NPL ซึ่งชื่อลูกหนี้รายนั้นจะอยู่ในข้อมูลบัญชีดำที่สถาบันการเงินส่งไปยัง ศูนย์ข้อมูลบัตรเครดิตหรือ เครดิตบูโร เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลกลางให้สถาบันการเงินทุกแห่งได้ตรวจสอบ หรือ เช็คแบล็คลิส ก่อนที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ยื่นขอสินเชื่อรายใหม่ทุกคน 


5 เหตุผลที่กู้เงินซื้อบ้านไม่ผ่าน 

มีหลายสาเหตุที่ทำให้สถาบันการเงินไม่ยอมอนุมัติสินเชื่อบ้านให้โดยมีเรื่องของข้อมูลเครดิตบูโรเป็นหนึ่งในเหตุผลนี้ด้วย โดยสาเหตุหลักนั้นได้แก่ 


  1. เคยมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งหากเป็นกรณีที่เคยผิดนัดชำระไม่นาน(ไม่เกิน3เดือน) หรือเป็นวงเงินที่ไม่สูงมาก สถาบันการเงินอาจประเมินว่าผู้กู้มีความเสี่ยงสูง ก็อาจใช้วิธีเพิ่มเงินวางดาวน์ให้มากขึ้นเพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่กรณีที่ค้างชำระนานเกิน 3 เดือนซึ่งถือว่าติดแบล็คลิส แล้วนั้นจะไม่ได้รับการปล่อยกู้อย่างสิ้นเชิง 

  2. คุณสมบัติของผู้กู้ไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะพิจารณาเงื่อนไขอาชีพ, รายได้และอายุของผุ้ยื่นกู้ร่วมกับวงเงินสินเชื่อ ซึ่งหากสถาบันการเงินประเมินว่าตัวแปรดังกล่าวเป็นความเสี่ยง เช่น กรณีผู้กู้ประกอบอาชีพอิสระหรือมีอายุมากเกินไปสำหรับการผ่อนชำระหนี้ในระยะยาว ซึ่งมีความเสี่ยง สถาบันการเงินก็มักปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อ

  3. หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่สอดคล้องกับวงเงินสินเชื่อ  ส่วนใหญ่แล้วการกู้เงินซื้อบ้าน ผู้กู้จะใช้บ้านหรือที่อยู่อาศัยที่กำลังจะซื้อ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงิน โดยสถาบันการเงินจะประเมินถึงกรณีที่ต้องมีการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ค้ำประกันนี้ ซึ่งหากอยู่ในทำเลที่ขายยากหรือขายไม่ได้ราคา ก็จะทำให้สถาบันการเงินปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อได้    

  4. ภาระหนี้สินอื่น   ที่มีอยู่เดิม เช่น การผ่อนค่างวดรถยนต์หรือรายจ่ายประจำอื่น สถาบันการเงินจะนำมารวมเพื่อประเมินถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ หากพบว่ามีภาระค่าใช้จ่ายต่าง รวมกันสูงเกินกว่า 40% ของรายได้ในแต่ละเดือน การขอสินเชื่อครั้งนี้ก็จะถูกปฏิเสธแน่นอน เพราะถือว่าเกินความสามารถผ่อนชำระของผู้กู้ 

  5. ความน่าเชื่อถือของสถานที่ทำงาน ในกรณีที่ผู้กู้ทำงานในบริษัทที่ไม่ได้จ่ายภาษี หรือไม่จ่ายเงินสมทบประกันสังคม จะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและมีผลไปถึงการอนุมัติสินเชื่อด้วย

     

สิ่งเหล่านื้คือเรื่องที่คนอยากกู้เงินซื้อบ้านต้องทำความเข้าใจและตรวจสอบให้ดี โดยเฉพาะกรณีของการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนจำนวนมากถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินมาแล้ว