ตอบ


webboard_avatar

ประวัติย่อก่อนเข้าสู่เส้นทางนักข่าวของ ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

2020-10-05 11:40 PM

main_topic_avatar

unyana

กระทู้: 156


หากใครเป็นแฟนข่าวของช่อง 8 โดยเฉพาะช่วงข่าวเด่นช่อง 8 คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับนักข่าวช่อง 8 สาวสวย บุคลิกดี หน้าตาจิ้มลิ้ม พูดจาฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำกับลีลาเล่าข่าวที่ฟังง่ายและเป็นกันเอง ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

            หลายคนอาจจะคิดว่าด้วยรูปลักษณ์และชาติตระกูลพร้อมอย่าง ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา นั้น คงจะเป็นบันไดนำสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าหากเราจะพิจารณากันด้วยใจเป็นธรรมแล้วก็จะพบว่า   กว่าที่ ปริม กุญชนิตา จะมาถึงวันนี้ได้นั้น  วันที่เธอมานั่งรายงานข่าวอยู่หน้าจอ วันที่ผู้ชมนับล้านนั่งจดจ่อฟังเธอรายงานข่าวอย่างตั้งอกตั้งใจ เธอเองก็ไม่ได้เข้ามาแบบจับพลัดจับผลู  แต่เธอเข้ามาสู่อาชีพนักข่าวด้วยการค้นพบตัวเองและบอกกับตัวเองอย่างชัดเจนแล้วว่าเธอต้องทำงานหน้าจอเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอละทิ้งความตั้งใจและความฝันเดิมที่จะเป็นนักกฎหมายสู่เส้นทางนักข่าวอย่างมั่นใจและไม่ลังเล   

            ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา จบการศึกษามาจากสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความใฝ่ฝันเบื้องแรกของเธอก็คือการเป็นนักการทูต แต่เรียนกฎหมายด้วยเพราะตามใจคุณพ่อ เมื่อเรียนแล้วเธอก็ตั้งใจอยากที่จะเป็นอัยการและผู้พิพากษา ในขณะที่เรียนเธอก็เป็นนักกิจกรรมตัวยง ตลอดเวลาที่เรียนตั้งแต่ช่วงมัธยมถึงอุดมศึกษาเธอไม่เคยว่างเว้นจากกิจกรรม สมัยเรียน รร.เขมะอนุสสรณ์  ปริม กุญชนิตา ก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์  ผู้นำสวดมนต์ นักร้องคอรัสและประธานค่ายอาสามูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์  จนเมื่อได้เข้าไปอยู่ในรั้วของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ในปี 2552 ก็ยังคงทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง  เช่น ประกวด “กุลธิดากาชาด” ของสภากาชาดไทย  เป็นนักร้องคอรัสของมหาวิทยาลัย  เล่นละครเวทีของคณะวารสารศาสตร์ จนเมื่อถึงชั้นปีที่ เทอม เธอได้ไปประกวดนางสาวไทย ปี 2555 ด้วย ซึ่งปรากฏว่า เธอสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบ 10 คนสุดท้าย และก็มีโอกาสได้เป็นพิธีกรของรายการ “เลดี้ไนน์ ครบเครื่องเรื่องไลฟ์สไตล์” ทางช่อง 9 แต่ก็ได้ลาออกในเวลาต่อมา เพื่อไปศึกษาต่อเนติบัณฑิตตามความตั้งใจเดิม  

จากประวัติคร่าว ๆ ของ ปริม กุญชนิตา จะเห็นได้เลยว่า เธอนั้นมีความมุ่งมั่น ขยันใฝ่รู้ใฝ่เรียนและไม่ว่างเว้นจากการหาประสบการณ์ ซึ่งกล่าวได้เลยว่า เธอนั้นสามารถสร้างคุณค่าได้ด้วยพลังความขยันของตัวเองโดยแท้  

สำหรับเส้นทางในการเป็นนักข่าวของเธอ มีขึ้นเมื่อช่อง ได้เปิดรับสมัครผู้ประกาศข่าวรุ่นใหม่ ซึ่งเธอก็สามารถผ่านการคัดเลือกได้ทำงานบรรจุเป็นพนักงานประจำในตำแหน่งผู้ประกาศข่าว ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้เริ่มค้นพบตัวเองแล้วว่า เธอจะต้องทำงานหน้าจอเท่านั้น แต่ในระหว่างนั้นก็ยังคงไม่ทิ้งกฎหมาย เธอได้เรียนและสอบจนได้ตั๋วทนายความและเนติบัณฑิต ระหว่างนั้นก็ลองสอบผู้พิพากษาไปพร้อมๆ กับหางานจนได้มีโอกาสทำในฝ่ายกฎหมายที่ค่ายเพลงหนึ่ง ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) แต่ลึก ๆ ในใจเธอกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ทำได้ดีและตอบสนองความรักในการทำงานก็คือการได้ทำงานหน้าจอ  ซึ่งในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริงเมื่อธีระ ธัญญอนันต์ผล บรรณาธิการบริหารสายงานข่าวช่อง 8  ชวนให้เธออมาแคสติ้งที่อาร์เอส ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสให้เธอได้มาเป็นนักข่าวช่อง 8 ของอาร์เอสมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งเธอก็บอกเลยว่าเธอมีความสุขมาก  เพราะนี่เป็นงานที่เธอค้นพบแล้วว่าใช่และยังสามารถนำความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมายมาสร้างแบรนด์ดิ้งสร้างความน่าเชื่อถือในการรายงานข่าว ปริมได้บอกไว้อีกว่า ผู้ประกาศข่าวยุคนี้ ไม่ใช่แค่หน้าตาสวยอ่านข่าวให้ฟังง่าย ใช้คำสวย ๆ อย่างเดียว แต่เราอยู่ในยุคแบรนด์ดิ้งที่ตัวผู้ประกาศข่าวต้องค้นคว้าหาตัวตน จุดเด่นที่แข็งแรงและไม่เหมือนใคร